ข้ามไปเนื้อหาหลัก
ปัฏฐกชาดก (ครั้งที่ 2)
ชาดก 547 เรื่อง
240

ปัฏฐกชาดก (ครั้งที่ 2)

Buddha24 AIทุกนิบาต
ฟังเนื้อหา

ปัฏฐกชาดก (ครั้งที่ 2)

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงมิถิลาอันรุ่งเรืองของแคว้นวิเทหะ พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพระเจ้าปัฏฐกะ กษัตริย์ผู้ทรงคุณธรรม ทรงมีพระมเหสีอันเป็นที่รักนามว่า สุชาดา และมีพระโอรสผู้เป็นที่รักยิ่งคือ เจ้าชายปัฏฐกะ ทรงเป็นที่รักและเคารพของเหล่าอาณาประชาราษฎร์ทั้งปวง พระองค์ทรงปกครองด้วยทศพิธราชธรรมอย่างเคร่งครัด บ้านเมืองสงบสุข ไพร่ฟ้าประชาราษฎร์อยู่เย็นเป็นสุขถ้วนหน้า

แต่แล้ว ความสุขที่สมบูรณ์แบบก็มิได้คงอยู่ตลอดกาล ได้มีอำมาตย์ผู้ทะเยอทะยานนามว่า เทวทัต (ซึ่งในชาตินี้คือเทวทัตในภาคที่กลับชาติมาเกิด) แอบแฝงตัวเข้ามาในราชสำนัก ด้วยเล่ห์เหลี่ยมอันแยบยล ทำให้พระเจ้าปัฏฐกะทรงหลงเชื่อและไว้วางพระทัย จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเสนาบดีผู้ใหญ่

เทวทัตมีจิตใจอันมืดดำ เต็มไปด้วยความโลภและความริษยา เขาไม่พอใจที่เห็นพระเจ้าปัฏฐกะทรงได้รับความรักและศรัทธาจากประชาชน จึงวางแผนการอันชั่วร้ายเพื่อยึดครองราชบัลลังก์

ในวันหนึ่ง เทวทัตได้เข้าเฝ้าพระเจ้าปัฏฐกะพร้อมกับทูลว่า:

"ข้าแต่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ผู้เปี่ยมด้วยบุญญาธิการ ทรงมีพระบารมีแผ่ไพศาล แต่ข้าพระองค์มีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของพระองค์ เมื่อมีข่าวลือแพร่สะพัดว่ามีเหล่าโจรป่าผู้ร้ายจำนวนมากกำลังซ่องสุมกำลังอยู่บริเวณชายแดน และมีทีท่าว่าจะยกทัพเข้ามาหมายจะปล้นสะดมเมืองหลวง"

พระเจ้าปัฏฐกะทรงสดับเช่นนั้น ก็ทรงรับสั่งถามถึงรายละเอียด

"เทวทัต ข้าได้ยินข่าวเช่นนี้ก็อดเป็นห่วงมิได้ เหตุใดเจ้าจึงเพิ่งทูลให้ข้าทราบในวันนี้เล่า มีข่าวคราวอื่นใดอีกหรือไม่"

เทวทัตก็กราบทูลด้วยสีหน้าอันแสดงความห่วงใยแต่ซ่อนเร้นความอาฆาต

"ข้าพระองค์ได้สืบข่าวมาอย่างดีแล้วพ่ะย่ะค่ะ และเพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุร้ายแก่พระองค์ ข้าพระองค์ใคร่ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต นำทหารออกไปสอดแนมและปราบปรามเหล่าโจรเหล่านั้นเสียให้สิ้นซาก ก่อนที่พวกมันจะล่วงรู้ถึงการเตรียมการของเรา"

พระเจ้าปัฏฐกะทรงหลงเชื่อคำพูดของเทวทัต พระองค์ทรงไว้วางใจเสนาบดีผู้นี้ จึงทรงพระราชทานอนุญาต

"เอาเถิด เทวทัต จงไปจัดการตามที่เจ้าเห็นสมควร ข้าขอฝากความหวังไว้กับเจ้าในการรักษาความสงบสุขของอาณาจักร"

เทวทัตเมื่อได้รับพระบรมราชานุญาตแล้ว ก็รีบดำเนินการตามแผนการอันชั่วร้ายทันที เขาไม่ได้นำทหารออกไปปราบปรามโจรป่าแต่อย่างใด หากแต่เขาได้นำทหารที่จงรักภักดีต่อตนเองจำนวนหนึ่ง เดินทางไปยังป่าอันห่างไกล ที่ซึ่งพระเจ้าปัฏฐกะทรงโปรดเสด็จประพาสอุทยานเป็นประจำ

เมื่อถึงอุทยาน เทวทัตก็สั่งให้เหล่าทหารของตนล้อมจับพระเจ้าปัฏฐกะไว้ได้สำเร็จ พระเจ้าปัฏฐกะทรงตกพระทัยและไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

"เทวทัต! เจ้าทำสิ่งนี้อันใดกัน! เหตุใดเจ้าจึงบังอาจมาจับกุมเราเช่นนี้!"

เทวทัตหัวเราะเยาะเย้ยด้วยความสะใจ

"ฮ่าๆๆๆ พระเจ้าปัฏฐกะเอ๋ย พระองค์ทรงหลงเชื่อเรามากเกินไปเสียแล้ว! ข้ามิได้มีหน้าที่ต้องกำจัดโจรป่า หากแต่ข้ามีหน้าที่ต้องกำจัด 'เจ้า' ต่างหาก! บัดนี้ ราชบัลลังก์แห่งวิเทหะเป็นของข้า!"

พระเจ้าปัฏฐกะทรงตกอยู่ในอันตราย พระองค์ทรงถูกจับกุมและถูกนำตัวไปขังไว้ในคุกอันมืดมิด ทรงถูกกีดกันจากโลกภายนอก ข่าวการจับกุมพระเจ้าปัฏฐกะถูกปกปิดไว้อย่างมิดชิดโดยเทวทัต

ในขณะเดียวกัน เมื่อพระนางสุชาดาทรงทราบว่าพระสวามีหายไปอย่างไร้ร่องรอย ก็ทรงเสียพระทัยเป็นอันมาก ทรงพยายามสืบหาข่าว แต่ก็ไม่ทรงพบสิ่งใด

เทวทัตได้ประกาศตนเองเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระเจ้าปัฏฐกะ และเริ่มปกครองเมืองด้วยความโหดร้ายทารุณ ประชาชนต่างหวาดกลัวและไม่พอใจ แต่ก็ไม่มีใครกล้าขัดขืน

เจ้าชายปัฏฐกะ พระโอรสของพระเจ้าปัฏฐกะ ซึ่งขณะนั้นทรงมีพระชนมายุเพียง 7 ชันษา ทรงรับรู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพระบิดา พระองค์ทรงมีพระทัยเด็ดเดี่ยวและทรงปรารถนาจะช่วยเหลือพระบิดา

วันหนึ่ง เจ้าชายปัฏฐกะทรงแอบหนีออกจากวังหลวง ด้วยพระประสงค์ที่จะไปช่วยเหลือพระบิดา พระองค์ทรงปลอมแปลงพระองค์เองเป็นเด็กหนุ่มขอทาน เพื่อหลบเลี่ยงการถูกจับสังเกต

เจ้าชายปัฏฐกะทรงเดินทางไปยังป่า ทรงพยายามสอบถามข่าวจากผู้คน แต่ก็ไม่มีใครกล้าให้ข้อมูล

ขณะที่ทรงสิ้นหวัง พระองค์ทรงได้พบกับพระมหาเถระรูปหนึ่ง ท่านเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงญาณหยั่งรู้ ท่านได้เห็นถึงความทุกข์ของเจ้าชาย

พระมหาเถระจึงได้ตรัสกับเจ้าชายปัฏฐกะว่า:

"ดูก่อนมหาบพิตรน้อย หากท่านปรารถนาจะช่วยเหลือพระบิดาของท่าน ท่านต้องมีกำลังที่เหนือกว่าเทวทัตเสียก่อน ท่านต้องเพียรพยายามบำเพ็ญเพียร เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังอำนาจที่จะต่อกรกับความชั่วร้าย"

เจ้าชายปัฏฐกะทรงรับฟังคำสอนด้วยความตั้งใจ พระองค์ทรงเข้าใจว่า การจะกอบกู้สถานการณ์นี้ได้ มิใช่ด้วยกำลังกายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยกำลังแห่งปัญญาและคุณธรรม

เจ้าชายปัฏฐกะทรงบำเพ็ญเพียรในป่า ทรงอดทนต่อความยากลำบาก ทรงศึกษาพระธรรม และทรงฝึกฝนตนเองให้เข้มแข็งทั้งกายและใจ

เวลาผ่านไปหลายปี เจ้าชายปัฏฐกะทรงเติบโตเป็นหนุ่มแน่น ทรงมีพระวรกายที่แข็งแรง ทรงมีพระปัญญาเฉลียวฉลาด และทรงเปี่ยมด้วยคุณธรรม

พระมหาเถระได้ปรากฏตัวอีกครั้ง ทรงมอบคัมภีร์โบราณอันเป็นคัมภีร์แห่งพลังพิเศษ และทรงสอนวิชาอาคมให้แก่เจ้าชาย

เจ้าชายปัฏฐกะทรงใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการศึกษาและฝึกฝนคัมภีร์จนชำนาญ พระองค์ทรงสามารถใช้พลังพิเศษที่ได้มาเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น

เมื่อทรงมั่นพระทัยแล้ว เจ้าชายปัฏฐกะก็ทรงเดินทางกลับสู่กรุงมิถิลา พระองค์ทรงได้พบกับพระนางสุชาดา ซึ่งทรงมีพระพักตร์เศร้าหมอง

เจ้าชายปัฏฐกะทรงเปิดเผยพระองค์ต่อพระมารดา

"หม่อมแม่ หม่อมฉันคือปัฏฐกะ พระโอรสของพระองค์เพคะ"

พระนางสุชาดาทรงปลาบปลื้มใจเป็นที่สุด

"โอ้ ลูกรัก! แม่ตามหาท่านมาตลอด! ท่านเติบโตขึ้นมาก และดูแข็งแรงยิ่งนัก"

เจ้าชายปัฏฐกะทรงเล่าถึงแผนการที่จะโค่นล้มเทวทัต

"หม่อมแม่ อย่าทรงห่วงไปเลยเพคะ หม่อมฉันจะกอบกู้ราชบัลลังก์และช่วยเหลือพระบิดากลับคืนมาให้ได้"

เจ้าชายปัฏฐกะทรงรวบรวมเหล่าผู้คนที่ยังภักดีต่อราชวงศ์ และใช้พลังพิเศษที่ทรงได้เรียนรู้มาในการช่วยเหลือพวกเขา

ข่าวการปรากฏตัวของเจ้าชายปัฏฐกะแพร่สะพัดไปทั่วเมือง ประชาชนที่ถูกกดขี่ภายใต้การปกครองของเทวทัต ต่างมีความหวัง

เทวทัตเมื่อได้ยินข่าว ก็ทรงกริ้วอย่างมาก

"เจ้าเด็กนี่! กล้าดียังไงถึงกลับมา! จงไปจับกุมมันมาให้ข้า!"

แต่เหล่าทหารของเทวทัตที่เคยเกรงกลัวเจ้าชายปัฏฐกะด้วยพลังพิเศษ ก็เริ่มที่จะไม่กล้าเผชิญหน้า

เจ้าชายปัฏฐกะทรงนำทัพอันประกอบด้วยประชาชนผู้ภักดีและเหล่าทหารที่แปรพักตร์ เข้าสู่กรุงมิถิลา

การต่อสู้ระหว่างกองทัพของเจ้าชายปัฏฐกะและกองทัพของเทวทัตได้อุบัติขึ้น

เทวทัตเองก็มีพลังอำนาจบางอย่างที่ได้มาจากการบูชายัญอันชั่วร้าย

เจ้าชายปัฏฐกะทรงใช้พลังพิเศษที่ได้จากการบำเพ็ญเพียรและความดีงามเข้าต่อสู้กับเทวทัต

การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด ท้องฟ้าเหนือกรุงมิถิลาเต็มไปด้วยแสงสีและพลังงาน

ในที่สุด ด้วยพละกำลังอันบริสุทธิ์และคุณธรรมที่เหนือกว่า เจ้าชายปัฏฐกะก็ทรงเอาชนะเทวทัตได้สำเร็จ

เทวทัตพ่ายแพ้และถูกจับกุม

เจ้าชายปัฏฐกะทรงรีบไปช่วยเหลือพระบิดาที่ถูกจองจำ

เมื่อพระเจ้าปัฏฐกะทรงได้รับการปลดปล่อย พระองค์ก็ทรงโอบกอดพระโอรสด้วยความปลาบปลื้ม

"ปัฏฐกะ ลูกรัก! เจ้าทำได้แล้ว! เจ้าได้ช่วยพ่อไว้!"

เจ้าชายปัฏฐกะทรงกราบทูลด้วยความอ่อนน้อม

"หม่อมฉันเพียงแค่ทำในสิ่งที่สมควรทำเพคะ"

พระเจ้าปัฏฐกะทรงกลับขึ้นสู่ราชบัลลังก์อีกครั้ง และได้ทรงลงโทษเทวทัตตามสมควร

เจ้าชายปัฏฐกะทรงได้รับการยกย่องและสรรเสริญจากประชาชนทั้งปวง

พระเจ้าปัฏฐกะทรงปกครองอาณาจักรต่อไปด้วยความสงบสุข และทรงสอนให้เจ้าชายปัฏฐกะสืบทอดการปกครองด้วยทศพิธราชธรรม

คติธรรม

ความพยาบาทอาฆาตและความโลภย่อมนำมาซึ่งความเสื่อม

การอดทน เพียรพยายาม บำเพ็ญเพียร และสร้างคุณธรรม ย่อมนำมาซึ่งชัยชนะและความสำเร็จ

การรู้จักแยกแยะมิตรและศัตรู การไม่หลงเชื่อใครง่ายๆ โดยไม่พิจารณา

บารมีที่บำเพ็ญ

ขันติบารมี (ความอดทน)

วิริยบารมี (ความเพียร)

ปัญญาบารมี (ปัญญา)

เมตตาบารมี (ความรัก)

อุเบกขาบารมี (ความวางเฉย)

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

ความพยาบาทอาฆาตและความโลภย่อมนำมาซึ่งความเสื่อม

บารมีที่บำเพ็ญ: ขันติบารมี (ความอดทน)

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

สุมังคลชาดก
143เอกนิบาต

สุมังคลชาดก

สุมังคลชาดกณ กรุงสาวัตถีอันรุ่งเรือง พระราชาทรงพระนามว่า พระเจ้าปิงคละ ทรงเป็นกษัตริย์ผู้ทรงพระปรีชา...

💡 ความจริงย่อมชนะความเท็จ ผู้ที่คิดร้ายต่อผู้อื่น ย่อมได้รับผลกรรมนั้น.

มหาวีรชาดก
437นวกนิบาต

มหาวีรชาดก

มหาวีรชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในแคว้นกาสี มีเมืองอันอุดมสมบูรณ์นามว่า เมืองพาราณสี กษัตริย์ผู้ปก...

💡 การช่วยเหลือผู้อื่นยามตกทุกข์ได้ยาก เป็นการบำเพ็ญกุศล แม้ผู้นั้นจะเคยทำผิดมาก่อน

สุภวาหุชาดก
75เอกนิบาต

สุภวาหุชาดก

สุภวาหุชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สมัยที่พระโพธิสัตว์ยังทรงเป็นพระโพธิสัตว์ชาติหนึ่ง ได้เสวยพระช...

💡 การทำความดี ย่อมส่งผลดีกลับคืนมาเสมอ แม้ในยามที่เราตกยาก ผู้อื่นก็พร้อมที่จะช่วยเหลือเรา การช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ใช่เพียงการแสดงความเมตตา แต่เป็นการสร้างบุญบารมี ที่จะส่งผลดีแก่ตัวเราในภายภาคหน้า

สุตโสมชาดก
23เอกนิบาต

สุตโสมชาดก

สุตโสมชาดกในอดีตกาลอันไกลโพ้น ณ กรุงพาราณสี มีพระราชาพระองค์หนึ่งนามว่า "พระเจ้าสุตโสม" ทรงเป็นพระรา...

💡 การใช้ความรุนแรงและการฆ่าแกงกัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ย่อมนำมาซึ่งบาปและความเดือดร้อน การให้อภัยและการละเว้นจากการเบียดเบียนผู้อื่น คือหนทางแห่งความสงบสุขที่แท้จริง

กุรุงคชาดก
70เอกนิบาต

กุรุงคชาดก

กุรุงคชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระพุทธเจ้าของเรายังทรงเป็นพระโพธิสัตว์ เมื่อครั้งที่พระ...

💡 แม้จะอยู่ในสถานการณ์อันตราย ก็ไม่ควรละทิ้งความเมตตาต่อผู้อื่น และการเสียสละเพื่อผู้อื่นย่อมนำมาซึ่งผลดีในที่สุด

มหาปะทะมชาดก
10เอกนิบาต

มหาปะทะมชาดก

มหาปะทะมชาดกในอดีตกาล พระโพธิสัตว์ทรงจุติเป็นพระเจ้าอุทุมพร กษัตริย์ผู้ทรงธรรมแห่งเมืองอุเชนี พระองค...

💡 การเบียดเบียนผู้อื่น ย่อมนำพามาซึ่งความทุกข์ และการสำนึกผิดคือจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว